ไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลน (Quinolones) ที่ช่วยรักษาหรือป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น การติดเชื้อทางเดินหายใจ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากติดเชื้อ โรคหนองใน ปอมบวม โรคแอนแทรกซ์ รวมไปถึงการติดเชื้อที่ผิวหนัง กระดูก ข้อต่อ และช่องท้อง โดยกลไกการออกฤทธิ์ของยาจะเข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่ไม่มีผลต่อการรักษาเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตาม การใช้ยาชนิดนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในเด็ก เพราะมีความเสี่ยงจากอันตรายของการใช้ยาได้สูง

สล็อตออนไลน์

การใช้ยาไซโปรฟลอกซาซิน
ก่อนการใช้ยาทุกครั้งควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรให้ทราบหากเคยมีประวัติการแพ้ยา มีโรคประจำตัวเดิม หรือกำลังใช้ยา สมุนไพร และวิตามินเสริมตัวใดอยู่ในช่วงนั้น เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้ยาหรือก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากการทำปฏิกิริยาของยาขึ้น
ผู้ป่วยควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด และอ่านฉลากยาอย่างละเอียดก่อนการใช้ หากเป็นยาชนิดเม็ดไม่ควรเคี้ยว หัก หรือแบ่งยาเป็นส่วน ๆ ควรกลืนยาไปทีเดียว แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ ส่วนยาน้ำควรเขย่าขวดให้ตัวยาผสมเข้ากันดี และตวงยาด้วยช้อนมาตรฐาน ยาชนิดนี้สามารถรับประทานได้ทั้งก่อนหรือหลังอาหารทุก ๆ 12 ชั่วโมง และดื่มน้ำมาก ๆ ในระหว่างวัน เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายได้ทั่วร่างกาย รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการดื่มนม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มที่มีคาเเฟอีน ยาลดกรด ยาที่มีส่วนผสมของเหล็กและซิงค์ในช่วงที่มีการใช้ยาชนิดนี้ เพราะอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้
ทั้งนี้ ปริมาณการใช้ยาและระยะเวลาใช้ยาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการใช้ยาของผู้ป่วยเป็นหลัก การใช้ยาในเด็กควรต้องปรึกษาแพทย์และระมัดระวังในการใช้เป็นพิเศษ เพราะมีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงได้สูง โดยเฉพาะปัญหาความผิดปกติของกระดูกและเส้นเอ็น
นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะครบปริมาณที่กำหนดแม้ว่าอาการจะดีขึ้น ไม่ควรหยุดยาเองยกเว้นในกรณีที่แพทย์สั่งระงับการใช้ยา เพื่อป้องกันการกลับมาของโรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และหากใช้ยาครบตามปริมาณที่กำหนดแต่อาการยังไม่ดีขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง
หากลืมรับประทานยาตามเวลาที่กำหนด สามารถรับประทานยาได้ทันที แต่หากใกล้ถึงเวลารับประทานยาในรอบต่อไป ให้ข้ามไปรอบถัดไป ไม่ควรเพิ่มปริมาณการรับประทานยาเป็น 2 เท่า หากมีอาการผิดปกติหรือรุนแรงขึ้น ควรรีบพบแพทย์โดยทันที

jumboslot

คำเตือนของการใช้ยาไซโปรฟลอกซาซิน
ควรแจ้งประวัติการแพ้ยา โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะในกลุ่มควิโนโลนตัวอื่น เช่น นอร์ฟล็อกซาซิน (Norfloxacin) ลีโวฟลอกซาซิน (Levofloxacin) ออฟลอกซาซิน (Ofloxacin) และประวัติอาการแพ้อื่น ๆ แก่แพทย์ก่อนการใช้ยา เพราะส่วนผสมบางตัวในยาอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการแพ้ได้
ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนการใช้ยา โดยเฉพาะโรคทางด้านหัวใจ มีความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Prolong QT Interval) มีปัญหาของข้อต่อและเส้นเอ็น โรคไต โรคตับ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคชักหรือสภาวะที่อาจนำไปสู่อาการชัก เพราะการใช้ยานี้อาจทำให้โรคประจำตัวเดิมกำเริบมากขึ้นหรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคได้
หญิงมีครรภ์ กำลังวางแผนจะมีบุตร หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ไม่ควรรับประทานยา เพราะอาจส่งผ่านตัวยาไปสู่ทารกได้
เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรรับประทานยา ยกเว้นหากมีข้อบ่งชี้การใช้ยาที่จำเป็น เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจากยาได้สูง
ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด และการตรวจเลือดดูค่าโปรทรอมบิน ไทม์ (Prothrombin Time: PT) หรือค่า INR (International Narmalized Ratio) รวมไปถึงมีภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) ควรปรึกษาแพทย์ในเบื้องต้นก่อนการรับประทานยา
หลีกเลี่ยงการขับรถ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือทำกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากอาจทำให้วิงเวียน ง่วงนอน และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
ไม่ควรรับประทานยาชนิดนี้ในช่วงที่มีการรับประทานยาทิซานิดีน (Tizanidine) ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
การใช้ยาควรให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายและแนะนำการใช้ยาที่เหมาะสม ไม่ควรซื้อยาใช้เอง เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา ดื้อยา และการใช้ยาโดยไม่จำเป็นหรือใช้ยาเกินขนาดอาจไปลดประสิทธิภาพของฤทธิ์ยาได้

เครดิตฟรี

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาไซโปรฟลอกซาซิน
หลังการรับประทานยาไซโปรฟลอกซาซิน อาจทำให้ผู้ป่วยมีความผิดปกติขึ้นได้ โดยผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น
ท้องเสีย
เวียนหัว คลื่นไส้
แสบร้อนทรวงอก
นอนไม่หลับ
ส่วนอาการอื่น ๆ ที่พบได้น้อย แต่ควรหยุดใช้ยาแล้วรีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดอาการรุนแรงขึ้น เช่น
ปากและใบหน้าบวม
ผิวหนังมีผื่นขึ้น
หายใจลำบาก
วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง
หัวใจเต้นแรง
ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น
มีรอยฟกช้ำ หรือเลือดออกผิดปกติ
ไตเกิดความผิดปกติ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสีปัสสาวะเป็นสีแดงหรือชมพู ปริมาณน้ำปัสสาวะที่เปลี่ยนแปลงไป
มีปัญหาเกี่ยวกับตับ ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดท้อง เหนื่อยง่ายผิดปกติ คลื่นไส้อาเจียนเป็นประจำ ดวงตาและผิวหนังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือปัสสาวะเป็นสีดำ
นอกจากนี้ การใช้ยาในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับกระดูก ข้อต่อ และเนื้อเยื่อรอบข้อต่อ แพทย์จึงไม่แนะนำให้ใช้ยาชนิดนี้ ยกเว้นในกรณีที่เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงจนไม่สามารถใช้ยาปฏิชีวนะตัวอื่นได้ ดังนั้น แพทย์และผู้ปกครองจะต้องประเมินความเสี่ยงและประโยชน์ที่ได้รับร่วมกันก่อนตัดสินใจใช้ยา หากแพทย์จ่ายยาตัวนี้แก่ผู้ป่วยที่เป็นเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่เคยมีปัญหาความผิดปกติของข้อต่อมาก่อน ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบถึงปัญหาความผิดปกติล่วงหน้า และควรรีบพบแพทย์ทันทีหากเกิดอาการปวดบวมของข้อต่อในช่วงการใช้ยาหรือหลังการรักษาจบลง

สล็อต

Tagged: ,

Written by pravasayoga