เออร์โกแคลซิเฟอรอล (Ergocalciferol) หรือวิตามินดี 2 มีฤทธิ์ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้ดีขึ้น และยังช่วยรักษาโรคกระดูกอ่อนในเด็ก รักษาภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานได้ไม่ดี หรือรักษาและป้องกันภาวะฟอสเฟตในเลือดต่ำ นอกจากนี้ อาจใช้เพื่อรักษาอาการอื่น ๆ ได้ตามดุลยพินิจของแพทย์
อย่างไรก็ตาม วิตามินดีเป็นสารที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เองเมื่อผิวหนังสัมผัสกับแสงแดด โดยเป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน แต่ปัจจัยบางอย่างอาจทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ เช่น อุปกรณ์ป้องกันแสงแดดที่ใช้ สีผิว หรืออายุของแต่ละคน เป็นต้น ดังนั้น หากมีอาการขาดวิตามินดีหรือกังวลเกี่ยวกับภาวะนี้ ควรไปปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริมใด ๆ ด้วยตนเอง

สล็อตออนไลน์

การใช้ยาเออร์โกแคลซิเฟอรอล
แจ้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร หรือผู้ดูแลสุขภาพด้านอื่น ๆ ให้ทราบว่ากำลังรับประทานเออร์โกแคลซิเฟอรอล อยู่
รับประทานวิตามินชนิดนี้พร้อมหรือไม่พร้อมกับมื้ออาหารก็ได้ โดยควรรับประทานพร้อมอาหารหากเคยใช้เออร์โกแคลซิเฟอรอล แล้วมีอาการท้องเสีย
รับประทานวิตามินชนิดนี้ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด แม้จะรู้สึกดีขึ้นก่อนครบกำหนดก็ตาม และรับประทานอาหารตามแผนที่แพทย์กำหนดให้
ไปตรวจเลือดและเข้าพบแพทย์ตามวันและเวลาที่แพทย์กำหนดเสมอ
หากลืมรับประทานวิตามินชนิดนี้ ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ แต่หากใกล้เวลาของรอบต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานรอบที่จะถึงโดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณเพื่อทดแทนรอบที่ลืมไป
หากรับประทานวิตามินเกินปริมาณที่เหมาะสม ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
หากรับประทานเออร์โกแคลซิเฟอรอล ไปแล้วปัญหาสุขภาพที่เป็นอยู่ไม่ดีขึ้นหรือมีอาการแย่ลง ควรไปพบแพทย์
ไม่ควรรับประทานยาหรือวิตามินของผู้อื่น และไม่ควรให้ผู้อื่นรับประทานวิตามินของตนเอง
เก็บวิตามินนี้ไว้ในอุณหภูมิห้อง โดยให้หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น และควรเก็บในที่ที่ปลอดภัย ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

jumboslot

คำเตือนในการใช้เออร์โกแคลซิเฟอรอล
แจ้งให้แพทย์ทราบหากแพ้ยาหรือส่วนประกอบในยาเออร์โกแคลซิเฟอรอล ยาทาร์ทราซีน หรือแพ้สารชนิดใด ๆ ก็ตาม เพราะวิตามินชนิดนี้อาจมีส่วนผสมของทาร์ทราซีนหรือสารอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้
แจ้งให้แพทย์ทราบถึงยาชนิดต่าง ๆ สมุนไพร และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ เพื่อให้แพทย์แน่ใจว่าสามารถให้ผู้ป่วยรับประทานวิตามินชนิดนี้ได้อย่างปลอดภัย
แจ้งให้แพทย์ทราบหากมีระดับวิตามินดีสูง เป็นโรคตับ โรคไต มีภาวะแคลเซียมในเลือดสูง หรือมีภาวะร่างกายดูดซึมสารอาหารยาก (Malabsorption Syndrome)
หากป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคตับ โรคฟีนิลคีโตนูเรีย รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่ต้องหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการบริโภคน้ำตาลและแอลกอฮอล์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามินชนิดนี้ เพราะวิตามินที่เป็นแบบน้ำ แบบเม็ดเคี้ยว หรือแบบเม็ดที่แตกตัวในช่องปาก อาจมีน้ำตาล สารให้ความหวาน หรือแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วย
ไม่ควรเริ่มรับประทาน หยุดรับประทาน หรือเปลี่ยนแปลงปริมาณการรับประทานวิตามินนี้ด้วยตนเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
หากได้รับวิตามินดีจากช่องทางอื่น ๆ อยู่ด้วยในระหว่างที่รับประทานเออร์โกแคลซิเฟอรอล ควรปรึกษาแพทย์ เพราะหากได้รับวิตามินดีมากเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
หากกำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนจะมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากรับประทานวิตามินชนิดนี้ในระหว่างที่ตั้งครรภ์
หากกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเออร์โกแคลซิเฟอรอล

เครดิตฟรี

ผลข้างเคียงจากการใช้เออร์โกแคลซิเฟอรอล
โดยปกติแล้ว การบริโภควิตามินดี 2 ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง แต่ในบางครั้งก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นได้ เช่น
อาการแพ้ยา เช่น เป็นผื่นลมพิษ คัน ไอ หน้าบวม คอบวม ปากบวม ลิ้นบวม หายใจไม่อิ่ม หายใจมีเสียงหวีด เป็นต้น
ภาวะแคลเซียมหรือวิตามินดีในร่างกายสูงเกินไป จนอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น กระหายน้ำมาก ปัสสาวะมาก อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป รู้สึกเหนื่อยล้าผิดปกติ เวียนหัว อาเจียน ไม่อยากอาหาร ท้องผูก เป็นต้น
นอกจากนี้เออร์โกแคลซิเฟอรอล อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้ด้วย ดังนั้น หากเกิดความผิดปกติใด ๆ ขึ้นในระหว่างที่ใช้วิตามินชนิดนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

สล็อต

Tagged: ,

Written by pravasayoga