นอร์ฟล็อกซาซิน

นอร์ฟล็อกซาซิน หรือ นอร์ฟลอกซาซิน (Norfloxacin) หรือที่รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า ซีนอร์ (Cenor), เล็กซินอร์ (Lexinor), นอร์ซาซิน (Norxacin) เป็นยาต้านเชื้อแบคทีเรียที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มฟลูออโรควิโนโลนส์ (Fluoroquinolones) โดยมากจะพบเห็นในรูปของยาเม็ดรับประทานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยได้จัดให้ยาอยู่ในหมวดยาอันตราย การใช้ยาที่เหมาะสม ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ผู้ป่วยไม่ควรไปหาซื้อยานี้มารับประทานด้วยตัวเองเป็นอันขาด ทดลองเล่นสลอต สรรพคุณของยานอร์ฟล็อกซาซินใช้เป็นยารักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมลบ (Gram-negative bacteria) ได้แก่การติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร (ใช้แก้ท้องเสียที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย) เช่น อหิวาต์ (Cholera), บิดไม่มีตัวหรือบิดชิเกลลา (Shigellosis), ไข้ไทฟอยด์ (Salmonella Enteric fever), อาการท้องเสียจากการท่องเที่ยว (Traveler’s diarrhea) เป็นต้นการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis), ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis), กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis), หนองใน (Gonorrhea), การอักเสบของท่อเก็บเชื้ออสุจิ (Epididymitis)กลไกการออกฤทธิ์ของยานอร์ฟล็อกซาซินยานอร์ฟล็อกซาซินจะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสารเคมีบางตัว เช่น…continue reading →

ซิงค์

สังกะสี (ซิงค์) หรือ Zinc เป็นตัวช่วยควบคุมให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคอยช่วยซ่อมบำรุงระบบเอนไซม์และเซลล์ต่าง ๆ หากร่างกายมีเหงื่อออกมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายต้องสูญเสียสังกะสีไปมากถึง 3 มิลลิกรัม ต่อวัน ทดลองเล่นสลอต แหล่งที่พบซิงค์ได้ในธรรมชาติ ได้แก่ อาหารทะเล หอยนางรม เนื้อสัตว์ เนื้อวัวไม่ติดมันแบบย่าง เนื้อลูกแกะ ตับลูกวัว ไข่ นมผงปราศจากไขมัน มัสตาร์ดแบบแห้ง จมูกข้าวสาลี แป้งงา เนยงา ถั่วลิสง เมล็ดฝักทอง เมล็ดแตงโม เม็ดกวยจี๊ ผงโกโก้ ช็อกโกแลต บริเวอร์ยีสต์ เป็นต้นศัตรูของธาตุสังกะสี คือ ไฟเทต ซึ่งทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสังกะสีได้ และสังกะสีมักถูกทำลายจากกระบวนการแปรรูปอาหาร หรืออาจมีปริมาณน้อยมากเนื่องจากพืชผักนั้นปลูกในดินที่ไม่มีแร่ธาตุ และโรคจากการขาดสังกะสี ได้แก่ โรคต่อมลูกหมากโต อวัยวะสืบพันธุ์ไม่เจริญเต็มที่ และโรคผนังหลอดเลือดแดงแข็ง ทดลองเล่นสล๊อต คำแนะนำในการรับประทานซิงค์ธาตุสังกะสีจะทำงานร่วมกับวิตามินเอ แคลเซียม…continue reading →

พาราเซตามอล

พาราเซตามอล (Paracetamol) / อะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) หรือยาที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า ซีมอล (Cemol), พานาดอล (Panadol), พาราแคพ (Paracap), ซาร่า (Sara), เทมปร้า (Tempra), ไทลินอล (Tylenol) เป็นยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ในสมอง แบบเดียวกับยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) สามารถใช้เป็นยาแก้ปวดลดไข้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ (แต่มีฤทธิ์ลดอาการปวดอย่างจำกัด รักษาได้เพียงอาการปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น) แต่มีฤทธิ์อ่อนมากในการต้านการอักเสบ และไม่มีผลต่อการทำให้เกิดแผลเพ็ปติก (แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น)ยาพาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดลดไข้ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย หาซื้อได้ง่าย และเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อใช้อย่างถูกวิธี เพราะไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร (จึงสามารถรับประทานพร้อมอาหารหรือในขณะท้องว่างได้) ไม่ทำให้เลือดออกง่าย และไม่ค่อยทำให้เกิดอาการแพ้ จึงเหมาะที่จะนำมาใช้เป็นยาแก้ปวดลดไข้สำหรับคนทั่วไปทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เป็นโรคแผลเพ็ปติก ผู้ที่แพ้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกหรือมีภาวะเลือดออกง่าย และในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 12-19 ปี (แล้วแต่แหล่งอ้างอิง) ที่สงสัยว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัส (เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่…continue reading →

อัลปราโซแลม

อัลปราโซแลม หรือ อัลพราโซแลม (Alprazolam) หรือยาที่มักเรียกชื่อกันผิด ๆ ว่า "อัลฟาโซแลม" เป็นยาที่รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า ซาแน็กซ์ (XANAX), แอนเพรส (ANPRESS) โดยจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepine) เช่นเดียวกับไดอะซีแพม (Diazepam) แต่มีระยะเวลาในการออกฤทธิ์สั้นประมาณ 4-6 ชั่วโมง และมีฤทธิ์แก้ซึมเศร้าร่วมด้วย ถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์เพื่อรักษาภาวะวิตกกังวลมานานแล้ว รูปแบบของยาที่มีใช้ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบของยาเม็ด และการใช้ยานี้จะต้องได้รับคำสั่งจากแพทย์เท่านั้นในปัจจุบันมีการควบคุมการใช้ยาอัลปราโซแลมอย่างเข้มงวด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด เช่น นำไปผสมในสารเสพติดอื่น ๆ หรือยาแก้ไอเพื่อให้เกิดความมึนเมา หรือนำไปใช้เป็นยานอนหลับอย่างแรงเพื่อหวังล่วงละเมิดทางเพศ ด้วยเหตุที่ว่ายานี้เป็นสารประกอบที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า และออกฤทธิ์ได้เร็วหลังจากรับประทานยาไปแล้วประมาณ 8-25 นาที ถ้านำไปผสมกับเครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอลกอฮอล์) ก็จะทำให้ผู้ที่ดื่มมีอาการง่วงซึม มึนงง สะลึมสะลือ ไร้สติ ไม่รู้สึกตัว สูญเสียการทรงตัว และหลงลืมหรือสูญเสียความทรงจำ โดยจะจำเหตุการณ์ต่าง ๆ…continue reading →

ซัลเฟอร์

ซัลเฟอร์หรือกำมะถัน มาจากแหล่งธรรมชาติที่ดีที่สุด เช่น เนื้อไม่ติดมัน ไข่ ปลา ถั่วแห้ง กระเทียม คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว เป็นต้น แร่ธาตุซัลเฟอร์ยังไม่มีขนาดที่แพทย์แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน แต่หากรับประทานโปรตีนเพียงพออยู่แล้วก็จะได้รับซัลเฟอร์ในปริมาณที่เพียงพอตามไปด้วย ทดลองเล่นสลอต เอ็มเอสเอ็ม (MSM : Methylsulfonylmethane) เป็นซัลเฟอร์แบบอินทรีย์ โดยมีวางจำหน่ายเป็นเม็ดในขนาดปริมาณ 1,000 มิลลิกรัมร่วมกับวิตามินซีคอมเพล็กซ์ โดยซัลเฟอร์แบบอินทรีย์ (MSM) จะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ อย่าจำสับสนกับยาในกลุ่มซัลเฟอร์แบบอนินทรีย์เป็นสารสังเคราะห์ อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้สำหรับหลาย ๆ คน ยังไม่พบอาการเป็นพิษหรืออันตรายใด ๆ หากได้รับธาตุซัลเฟอร์แบบอินทรีย์ในปริมาณมากเกินไป แต่ก็อาจมีอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้หากรับประทานซัลเฟอร์แบบอนินทรีย์ในปริมาณมากปริมาณในการใช้ซัลเฟอร์รักษาสิวผู้ใหญ่ ควรทายาความเข้มข้น 1-8% บาง ๆ ลงที่ผิว วันละ 1-3 ครั้งเป็นประจำทุกวัน โดยควรเริ่มต้นจากการใช้ยานี้เพียงวันละ 1 ครั้ง แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดภาวะผิวแห้งที่มีสาเหตุมาจากตัวยารักษาโรคหิดผู้ใหญ่ ควรใช้ยาความเข้มข้น 5-10…continue reading →

ซาลบูทามอล

ซาลบูทามอล ซาลบิวทามอล ซาลบูตามอล ซัลบูทามอล (Salbutamol) หรือ อัลบูเทอรอล (Albuterol) หรือยาที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า เวนโทลิน (Ventolin), เวนเทอรอล ไซรัพ (Venterol syrup) เป็นยาขยายหลอดลมที่ออกฤทธิ์กระตุ้น Adrenergic receptor ที่บริเวณกล้ามเนื้อเรียบของหลอดลม ทำให้หลอดลมขยายตัวโดยไม่มีผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ใช้เพื่อบรรเทาอาการของโรคหอบหืด (Asthma) ภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และภาวะอื่น ๆ ที่มีหลอดลมหดเกร็ง/ตีบตัวร่วมด้วย ยาประเภทนี้มักใช้โดยวิธีการสูดดมหรือฉีดพ่นละออง แต่ก็มีแบบที่เป็นยาเม็ด ยาแคปซูล ยาน้ำเชื่อม และยาฉีดด้วยเช่นกัน โดยยาแบบสูดดมจะออกฤทธิ์ภายใน 15 นาที และคงฤทธิ์อยู่ได้นานประมาณ 2-6 ชั่วโมงองค์การอนามัยโลกได้จัดให้ยาซาลบูทามอลเป็นยาจำเป็นสำหรับระบบสาธารณสุขขั้นมูลฐาน ซึ่งคณะกรรมการอาหารและยาของไทยได้บรรจุยานี้ลงในบัญชียาหลักแห่งชาติ และจัดอยู่ในหมวดยาอันตราย เนื่องจากยานี้มีข้อควรระวัง ข้อห้ามในการใช้ และผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากการใช้ยา ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาซาลบูทามอลจึงควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ทดลองเล่นสลอต สรรพคุณของยาซาลบูทามอลยานี้เป็นยาขยายหลอดลม ใช้เพื่อช่วยป้องกันและรักษาอาการหายใจมีเสียงหวีดเนื่องจากหายใจขัด หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ซึ่งเกิดจากโรคปอดที่มีหลอดลมหดเกร็ง/ตีบตัวและมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ…continue reading →

ถ่านกัมมันต์

ถ่านกัมมันต์ หรือ ผงถ่านกัมมันต์ หรือ ถ่านชาร์โคล (Activated charcoal หรือ Activated carbon) คือ รูปแบบหนึ่งของธาตุคาร์บอนที่ถูกนำมาผ่านการสังเคราะห์ทางเคมีหรือการปลุกฤทธิ์ให้มีฤทธิ์เพิ่มขึ้นในกระบวนการผลิต (Activated)ถ่านกัมมันต์จะมีลักษณะเป็นอนุภาคเล็ก ๆ หรือเป็นผงเม็ดเล็ก (Granule) ที่ในตัวอนุภาคของผงถ่านจะมีรูพรุนและมีขนาดเล็ก-ใหญ่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งในปัจจุบันมนุษย์ได้นำถ่านกัมมันต์ไปใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ใช้เป็นตัวฟอกหรือกรองอากาศในเครื่องปรับอากาศทั่วไป, ใช้เป็นไส้กรองของหน้ากากนิรภัยเพื่อกรองแก๊สพิษ, ใช้สกัดสินแร่ (เช่น แร่ทองคำ), ใช้กักเก็บแก๊สธรรมชาติในอุตสาหกรรมด้านพลังงาน, ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำดื่ม, ใช้ผลิตกาแฟชนิดที่ไม่มีกาเฟอีน, ใช้ในอุตสาหกรรมยา เป็นต้นสำหรับการนำถ่านกัมมันต์มาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมยา วงการแพทย์ได้นำถ่านกัมมันต์มาใช้เพื่อดูดซับสารพิษที่รับประทานเข้าไปหรือดูดซับยาที่รับประทานเข้าไปเกินขนาด เพราะยาถ่านกัมมันต์นั้นมีขนาดเล็กและมีพื้นที่ผิวสัมผัสมาก จึงมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษที่เข้าไปในระบบทางเดินอาหารได้ (ซึ่งผงถ่านกัมมันต์จะไม่ถูกดูดซึมจากกระเพาะอาหารและลำไส้เข้าสู่ร่างกายได้ จึงไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาการเผาผลาญในร่างกายแต่อย่างใด) แต่ความสามารถในการดูดซับพิษของถ่านกัมมันต์นี้ก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพครอบคลุมสารพิษได้ทุกชนิด เพราะยังมีสารพิษอีกหลายชนิดที่ถ่านกัมมันต์ไม่สามารถดูดซับได้ เช่น กรดแก่, ด่างแก่, สารหนู, โลหะหนัก, แอลกอฮอล์ หรือตัวทำละลายที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทดลองเล่นสลอต สรรพคุณของยาถ่านกัมมันต์ช่วยดูดซับสารพิษหรือยาบางชนิดจากการรับประทานสารพิษหรือยานั้น ๆ…continue reading →

เจนเชียนไวโอเลต

เจนเชียนไวโอเลต / เยนเชียนไวโอเลต (Gentian violet) หรือ คริสตัลไวโอเลต (Crystal Violet) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า "ยาม่วง" เป็นน้ำยาสีม่วงที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเป็นสารเริ่มต้นที่ใช้ในอุตสาหกรรมการย้อมสีและห้องทดลอง หรือที่เรียกว่า การย้อมแกรม (Gram’s method) เพื่อใช้แยกแยะประเภทของแบคทีเรียว่าเป็นเชื้อแกรมลบ (gram negative) หรือเชื้อแกรมบวก (gram positive)เจนเชียนไวโอเลตได้ถูกสังเคราะห์ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1828 (พ.ศ. 2371) ต่อมาหลังจากนั้นอีกไม่นาน จักษุแพทย์ชาวเยอรมันนามว่า Jakob Stilling ได้ค้นพบว่าเจนเชียนไวโอเลตนั้นมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวนี้ เจนเชียนไวโอเลตจึงถูกนำมาใช้เป็นยาทารักษาการติดเชื้อทางผิวหนัง ในรูปแบบของยาน้ำประเภทสารละลายสีม่วงเนื่องจากยาเจนเชียนไวโอเลต สามารถใช้ป้องกันการติดเชื้อได้ จึงทำให้องค์การอนามัยโลกบรรจุยาชนิดนี้ ไว้ในรายการยาจำเป็นขั้นพื้นฐานในระดับชุมชน และสำหรับในประเทศไทยเอง องค์การอาหารและยา ก็ได้บรรจุยาเจนเชียนไวโอเลตไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้วยเช่นกัน โดยมีข้อบ่งใช้เป็นยาสำหรับหยอดหูและใช้เป็นยาทาภายนอก ซึ่งยาเจนเชียนไวโอเลตสามารถหาซื้อได้ง่าย มีขายทั่วไปตามร้านขายยา ทดลองเล่นสลอต สรรพคุณของเจนเชียนไวโอเลตใช้รักษาโรคเชื้อราแคนดิดา…continue reading →

โคเอนไซม์คิวเทน

โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถพบได้ในทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างพลังงาน หากอายุมากขึ้นโคเอนไซม์คิวเทนในร่างกายจะลดลง ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการเกิดโรคได้หลายชนิด เช่น โรคชรา ความเครียด การติดเชื้อ การรับประทานอาหารไม่มีประโยชน์ อาจทำให้ปริมาณ Coenzyme Q10 ในร่างกายไม่เพียงพอศัตรูของโคเอนไซม์คิวเทน ได้แก่ การเก็บอาหารไว้เป็นเวลานานและกระบวนการแปรรูปอาหาร ทดลองเล่นสลอต แหล่งที่พบโคเอนไซม์คิวเทนตามธรรมชาติ ได้แก่ ไข่ เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ตับ ไต หัวใจ น้ำมันปลา ปลาทะเลน้ำลึก ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากนม น้ำมันถั่วเหลือง ผัก รำข้าว ซีเรียล น้ำมันถั่วเหลือง ทดลองเล่นสล๊อต ประโยชน์ของโคเอนไซม์คิวเทนโคเอนไซม์คิวเทนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถพบได้ในทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างพลังงานมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เพราะถ้าหากร่างกายขาด Coenzyme Q10 เซลล์ในร่างจะหยุดทำงานทันทีมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังCoenzyme Q10 มีคุณสมบัติคล้ายกับวิตามินอี…continue reading →

โคลีน

โคลีน (Choline) เป็นหนึ่งในสารที่ช่วยเร่งกระบวนการในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และจัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวม โดยโคลีนจะทำงานร่วมกับอิโนซิทอลในกระบวนการใช้ไขมันและคอเลสเตอรอลของร่างกายโคลีนเป็นสารที่สามารถผ่านระบบกรองระหว่างเลือดและสมอง ซึ่งเป็นระบบที่ปกป้องสมองจากสารหลากหลายในอาหารที่เรารับประทานเข้าไป โดยโคลีนจะตรงเข้าไปยังเซลล์สมองเพื่อผลิตสารเคมีที่ช่วยในเรื่องความทรงจำ และยังช่วยในการกระจายตัวของคอเลสเตอรอล ไม่ให้คอเลสเตอรอลเกาะที่ผนังเส้นเลือดแดงหรือผนังของถุงน้ำดี โดยการใช้โคลีนในร่างกายจะขึ้นอยู่กับ วิตามินบี 12 กรดโฟลิก และกรดอะมิโนแอล-คาร์นิทีน ทดลองเล่นสลอต สำหรับแหล่งที่สามารถพบโคลีนตามธรรมชาติ ได้แก่ ไข่แดง เนื้อสัตว์ หัวใจ สมอง ตับ ปลา ผักใบเขียว ยีสต์ จมูกข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ถั่วเหลือง ถั่วลิสง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก เป็นต้นผลเสียของการรับประทานโคลีนเกินขนาด ในปัจจุบันยังไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหากมีการรับประทานในปริมาณมากติดต่อกันทุกวัน ศัตรูของโคลีน ได้แก่ น้ำ กระบวนการแปรรูปอาหาร แอลกอฮอล์ ยาในกลุ่มซัลฟา ฮอร์โมนเอสโตรเจนโรคจากการขาดโคลีน ได้แก่ โรคอัลไซเมอร์ โรคตับแข็งหรือไขมันสะสมที่ตับ ผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว ทดลองเล่นสล๊อต ประโยชน์ของโคลีนช่วยลดการสะสมตัวของคอเลสเตอรอลช่วยทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายได้ช่วยกำจัดสารพิษและยาที่ตกค้างในร่างกาย โดยช่วยเสริมการทำงานของตับให้ดีขึ้นช่วยในกระบวนการส่งกระแสประสาท โดยเฉพาะในสมองส่วนที่ทำงานด้านความจำช่วยต่อสู้กับปัญหาความจำเสื่อมในวัยสูงอายุ (ด้วยขนาด 1,000…continue reading →